top of page

FAQ

1. คอลลาเจนคืออะไร? มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับผิวและกระดูกอย่างไร?

  • J-Noble Collagen เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่รวมคอลลาเจนไดเปปไทด์คุณภาพสูงจากปลาทะเล พร้อมแคลเซียม วิตามินซี วิตามินอี และสารอาหารอื่น ๆ เพื่อช่วยบำรุงกระดูก ข้อต่อ ผิวพรรณ และเสริมความแข็งแรงของร่างกายโดยรวม คอลลาเจนจัดเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งเกิดจากการรวมตัวของกรดอะมิโน (Amino Acid) หลายชนิดต่อกัน ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดที่ร่างกายสามารถผลิตเองได้ด้วย เป็นส่วนประกอบ 1 ใน 3 ของร่างกาย มีในชั้นผิวหนังมากถึง 80% และร่างกายมนุษย์ยังมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบของกระดูก ข้อต่อ เส้นเอ็น ผิวหนัง เล็บ และเส้นผม รวมไปถึงเนื้อเยื่อทั้งหมดในร่างกายอีกด้วย ทำหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับอวัยวะต่างๆ 

ประโยชน์โดยสรุป

  • ช่วยให้ผิวชุ่มน้ำ เต่งตึง ลด cellulite รอยแตกลายงา และทำให้ผิวแข็งแรงได้

  • ช่วยลดอาการปวดข้อ ข้อเสื่อม ปัญหากระดูกต่างๆ เช่น รูมาตอยด์ กระดูกพรุน

  • เพิ่มอัตราการเผาผลาญไขมัน ช่วยให้มวลกล้ามเนื้อมากขึ้น (คุณสมบัติเดียวกับ Way Protein) 

  • ฟันและเล็บรวมทั้งเส้นผม จะแข็งแรงขึ้น

  • มีส่วนช่วยให้ตับแข็งแรง และ ป้องกันโรคหัวใจได้

2. แตกต่างจากคอลลาเจนทั่วไปอย่างไร?

  • ใช้ Collagen Dipeptide ที่ดูดซึมได้เร็วและดีกว่าคอลลาเจนทั่วไป

  • ผสานแคลเซียม วิตามินซี วิตามินอี และวิตามินดี3

  • ผลิตในโรงงานที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และมีคุณภาพ

3. เหมาะกับใครบ้าง?

  • ผู้ที่มีปัญหา ปวดข้อ ข้อเสื่อม

  • ผู้สูงวัยที่ต้องการเสริม กระดูกและข้อต่อ

  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวพรรณให้ ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน

  • ผู้ที่มีภาวะ สูญเสียคอลลาเจน จากอายุที่เพิ่มขึ้นหรือออกกำลังกายหนัก

4. อะไรเป็นสาเหตุทำให้ คอลลาเจนในร่างกายหายไป/ลดการสร้าง ?

  • อายุที่มากขึ้น

  • การเจอแสงแดดแรง ๆ และมลภาวะ

  • การสูบบุหรี่หรือยู่ใกล้คนสูบบุหรี่

  • การพักผ่อนน้อย (นอนน้อยกว่า 8 ชม.)

  • รับประทานอาหารที่มีน้ำตาลสูงๆ

5. คอลลาเจน ชนิดที่ 1 และ ชนิดที่ 2 แตกต่างกันอย่างไร ?

  • คอลลาเจนชนิดที่ 1 เป็นคอลลาเจนประเภทที่มีปริมาณมากที่สุด และมีผลกระทบมากที่สุดที่พบได้ในร่างกายมนุษย์ คอลลาเจนประเภทนี้เกิดจากอีโอสิโนฟิลไฟเบอร์ ซึ่งสร้างส่วนประกอบต่างๆ ของร่างกาย คือเส้นเอ็น เอ็น อวัยวะ และผิวหนัง (ชั้นหนังแท้) นอกจากนี้คอลลาเจนประเภทนี้ยังช่วยสร้างกระดูก และสามารถพบได้ในทางเดินอาหาร คอลลาเจนประเภทนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาบาดแผล ความยืดหยุ่นของผิวหนัง และการปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ฉีกขาด ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ช่วยในการฟื้นฟูผิวและกระดูก ปกป้องและเพิ่มความแข็งแรงให้กับคอลลาเจนและอิลาสตินได้ดี

 

  • คอลลาเจนชนิดที่ 2 เป็นคอลลาเจนที่ช่วยในการสร้างกระดูกอ่อนที่พบได้ในเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย สุขภาพของโครงสร้างหมอนรองกระดูก ข้อต่อต่างๆ ของเรานั้นขึ้นอยู่กับกระดูกอ่อนที่สร้างจากคอลลาเจนประเภทที่ 2 ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันอาการเจ็บข้อต่อเมื่ออายุมากขึ้น หรืออาการเสื่อมของโรคไขข้อต่างๆ

6. ควรทานปริมาณเท่าไรจึงจะเพียงพอ? 

  • ปริมาณคอลลาเจนที่แนะนำรับประทานคือ 10 กรัมต่อวัน หรือปริมาณ 2 ช้อนชา ในกระป๋องคอลลาเจนมีงานวิจัยหลายๆงาน ทานได้ตั้งแต่ 2.5 กรัม ถึง 10 กรัม ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ ยิ่งเป็นผู้ออกกำลังกายเป็นประจำร่างกายจะยิ่งนำไปใช้ได้มาก หากทานเกินกว่านั้นไม่เป็นอันตราย ร่างกายจะขับปริมาณที่เหลือใช้ออก

7. คอลลาเจนเจอในอาหารชนิดอื่นไหม ?

  • โดยปกติแล้วเราสามารถพบคอลลาเจนในเนื้อสัตว์เกือบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น หมู เนื้อ ไก่ หรือปลา แต่เนื่องจากอยู่ในรูปของโปรตีนที่ดูดซึมได้ยาก ร่างกายจึงนำมาใช้ประโยชน์ได้น้อยกว่าการทานคอลลาเจนที่ผ่านกระบวนการไฮโดรไลซ์ซึ่งจะทำให้ คอลลาเจน collagen แตกตัว เป็นลักษณะของเจลาติน จากนั้นนำมากลั่นแยกให้เป็นคอลลาเจนไดเปปไทด์ Collagen Dri-peptide ซึ่งจะทำให้ขนาดโมเลกุลของคอลลาเจนมีขนาดเล็กกว่าโมเลกุลของคอลลาเจนปกติถึงทำ ให้ร่างกายของเราสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ทันที และเมื่อเทียบกับสัตว์อื่นสารสกัดจากปลาทะเลจะสามารถดูดซึมได้ดีกว่าหลายเท่า

  • หมู ไก่ วัว ปลา นำมาประกอบอาหารแล้วอยากได้คอลลาเจน ถึงจะเป็นคอลลาเจนที่ไม่ได้ย่อย ร่างกายสามารถย่อยเองได้ แต่ก็ต้องระวังพวกกรดยูริคและกรดไขมันในเนื้อสัตว์ด้วย เราสามารถรับประทานอาหารจำพวก ไข่ กระเทียม บลูเบอร์รี่ หรือวิตามินซี เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสังเคราะห์คอลลาเจนได้อีกด้วย แต่ร่างกายจะผลิตได้มากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่วัยและสภาพของร่างกายด้วยสายรักสุขภาพที่อยากได้ตัวช่วยดีๆ กินคอลลาเจนจะสะดวกและช่วยได้ดีกว่าแน่นอน​

8. สามารถทานต่อเนื่องทุกวันได้ไหม?

  • ได้ค่ะ เพราะเป็นสารอาหารธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง และเหมาะสำหรับการดูแลสุขภาพในระยะยาว

9. เห็นผลเมื่อไหร่?

    ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับบุคคล โดยทั่วไป :

  • ผิวพรรณอาจเริ่มชุ่มชื้นขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์

  • ข้อต่อและกระดูก อาจเห็นผลภายใน 1–3 เดือน การทานอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญ

7. สามารถทานร่วมกับอาหารเสริมอื่นได้หรือไม่?

  • สามารถทานร่วมได้ แต่ควรดูว่ามีส่วนประกอบซ้ำกันหรือไม่ เช่น วิตามินซี หรือแคลเซียม เพื่อไม่ให้ได้รับมากเกินไป

8. มีผลข้างเคียงไหม?

  • ไม่มีรายงานผลข้างเคียงรุนแรงจากการทานในขนาดที่แนะนำ แต่หากแพ้อาหารทะเลควร หลีกเลี่ยง เพราะใช้คอลลาเจนจากปลาทะเล

 

9. คนตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรทานได้ไหม?

  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน ในช่วงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

© 2019 by Health Expert Co., Ltd. Proudly created with J-Noble.com

  • J-Noble Club
  • TikTok
bottom of page