ทำไมต้องเสริมคอลลาเจน? เพราะ "กาลเวลา" และ "การใช้งาน" ทำให้โครงสร้างชีวิตเราสึกหรอ
- 1 ก.ค. 2568
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 29 ก.ค. 2568
สวัสดีครับทุกคน! หมอโจ้กลับมาอีกแล้วนะครับ วันนี้เราจะมาคุยกันในหัวข้อสำคัญที่หลายคนสงสัยว่า "ทำไมเราต้องเสริมคอลลาเจนด้วย?" ในเมื่อร่างกายเราก็สร้างเองได้ใช่ไหมครับ? หมอโจ้จะอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดและเข้าใจง่ายเหมือนเดิมครับ
จำได้ไหมครับว่าคอลลาเจนเปรียบเสมือน "โครงสร้างหลักของบ้าน" ไม่ว่าจะเป็นเสา คาน หรือปูนซีเมนต์ ที่ทำให้บ้านแข็งแรง มั่นคง
● บ้านใหม่ๆ ที่เพิ่งสร้างเสร็จ โครงสร้างจะแข็งแรงสมบูรณ์ดีทุกส่วนเลยใช่ไหมครับ
● แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ โครงสร้างบ้านก็ย่อมมีการสึกหรอ เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาและจากการใช้งานหนักๆ
ร่างกายของเราก็เช่นกันครับ แม้จะสามารถผลิตคอลลาเจนได้เอง แต่ก็มี "กาลเวลา" และ "การใช้งาน" ที่ทำให้คอลลาเจนในร่างกายเราลดลงและเสื่อมสภาพไปครับ
1. การผลิตคอลลาเจนของร่างกายลดลงตามอายุ (Aging Process)
● หมอโจ้อธิบายง่ายๆ : เหมือนโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ในร่างกายเราครับ ตอนที่เรายังหนุ่มสาว โรงงานนี้จะผลิตปูน (คอลลาเจน) ได้เยอะและมีคุณภาพดี แต่พอเราอายุมากขึ้น โรงงานก็เริ่มทำงานได้ไม่เต็มที่ ผลิตปูนได้น้อยลง คุณภาพก็อาจจะไม่ดีเท่าเดิม
● ข้อมูลเชิงลึก : ร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ (ผลิต) คอลลาเจนขึ้นเองได้ตลอดเวลา แต่กระบวนการนี้จะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเราเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ครับ โดยทั่วไป หลังจากอายุประมาณ 25 ปีเป็นต้นไป การผลิตคอลลาเจนในร่างกายจะเริ่มลดลงเฉลี่ยประมาณ 1% ต่อปี ครับ (Reference: Shuster et al., 1975) นั่นหมายความว่า ยิ่งอายุมากขึ้น เราก็ยิ่งมีคอลลาเจนน้อยลงเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน กระบวนการสลายตัวของคอลลาเจน ที่มีอยู่เดิมในร่างกายกลับเพิ่มขึ้นด้วยครับ ทำให้ปริมาณคอลลาเจนสุทธิในร่างกายลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเรามีอายุมากขึ้น
2. ปัจจัยภายนอกและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เร่งการเสื่อมสลายของคอลลาเจน
นอกจากอายุแล้ว ยังมี "ศัตรู" ที่มองไม่เห็น คอยทำลายคอลลาเจนในร่างกายของเราด้วยครับ
● แสงแดด (รังสี UV) : เป็นตัวการสำคัญที่สุดที่ทำลายคอลลาเจนในผิวหนังครับ รังสี UV ทำให้เกิดการสลายตัวของคอลลาเจนและอีลาสตินอย่างรวดเร็ว (Reference: Rittié & Fisher, 2002) เปรียบเหมือนแสงแดดที่ทำให้ปูนผนังบ้านแตกร้าวและผุพังเร็วขึ้น
● มลภาวะทางอากาศ (Air Pollution) และควันบุหรี่ : สารอนุมูลอิสระ (Free Radicals) จากสิ่งเหล่านี้สามารถเข้าทำลายโครงสร้างคอลลาเจนในระดับเซลล์ได้ (Reference: Kireeva et al., 2018)
● ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ : ส่งผลกระทบต่อกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย ซึ่งรวมถึงการสร้างคอลลาเจนด้วย
● การรับประทานน้ำตาลและอาหารแปรรูปสูง : กระบวนการที่เรียกว่า ไกลเคชั่น (Glycation) คือการที่น้ำตาลเข้าไปจับกับโปรตีนคอลลาเจน ทำให้คอลลาเจนแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น และทำงานได้ไม่เต็มที่ (Reference: Gkogkolos et al., 2011) เหมือนการที่น้ำตาลไปทำให้ปูนซีเมนต์เสียคุณภาพ
3. ผลกระทบของการที่คอลลาเจนลดลงและเสื่อมสภาพ
เมื่อคอลลาเจนลดลงและเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ "บ้านร่างกาย" ของเราก็จะเริ่มแสดงสัญญาณของความร่วงโรยออกมาให้เห็นครับ
● ผิวหนัง : สูญเสียความยืดหยุ่นและความกระชับ ทำให้เกิด ริ้วรอยร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย และผิวแห้งกร้าน (เหมือนผนังบ้านที่เริ่มมีรอยร้าวและสีซีด)
● ข้อต่อและกระดูก : กระดูกอ่อนที่ข้อต่อเสื่อมสภาพ ทำให้เกิด อาการปวดข้อ ข้อติด เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคข้อเสื่อม และมวลกระดูกอาจลดลง ทำให้กระดูกเปราะบาง เสี่ยงต่อ โรคกระดูกพรุน (เหมือนบานพับประตูที่ฝืดและมีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด หรือไม้คานที่เริ่มผุ)
● ผมและเล็บ : ผมเริ่มอ่อนแอ ขาดร่วงง่าย เล็บเปราะฉีกขาดง่าย (เหมือนใบไม้ที่ร่วงโรย กิ่งไม้ที่เปราะหักง่าย)
ทำไมการเสริมคอลลาเจนจึงจำเป็น?
● หมอโจ้อธิบายง่ายๆ : เมื่อโรงงานผลิตปูน (คอลลาเจน) ของเราทำงานได้ไม่ดีเท่าเดิม และมีปัจจัยภายนอกคอยทำลายอยู่เรื่อยๆ การเสริมคอลลาเจนก็เหมือนเรา "เติมปูนซีเมนต์และวัตถุดิบคุณภาพดี" เข้าไปในโครงสร้างบ้านของเราครับ
● ข้อมูลเชิงลึก : การเสริมคอลลาเจนเปปไทด์ (Collagen Peptides) ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่ผ่านการย่อยมาแล้ว ทำให้มีขนาดโมเลกุลเล็ก ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Reference: Leon-Lopez et al., 2019) การเสริมคอลลาเจนนี้จึงช่วย:
ชดเชยส่วนที่สูญเสียไป : เพิ่มปริมาณวัตถุดิบที่จำเป็นต่อการสร้างคอลลาเจนใหม่ในร่างกาย
กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ : การรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์บางชนิดสามารถส่งสัญญาณให้เซลล์ในร่างกาย (เช่น Fibroblasts ในผิวหนัง, Chondrocytes ในกระดูกอ่อน) กลับมาผลิตคอลลาเจนและสารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อเนื้อเยื่อเพิ่มขึ้นได้ (Reference: Proksch et al., 2014)
ช่วยซ่อมแซมและฟื้นฟู : สนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆ ที่สึกหรอ
สรุปคือ :
แม้ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้เอง แต่เมื่ออายุมากขึ้นและมีปัจจัยทำลายจากภายนอก ทำให้ปริมาณและคุณภาพของคอลลาเจนลดลง การเสริมคอลลาเจนจึงเป็นวิธีที่ช่วย "เติมเต็ม ชดเชย และฟื้นฟู" โครงสร้างที่สำคัญเหล่านี้ ให้ "บ้านร่างกาย" ของเราแข็งแรงและดูดีไปนานๆ ครับ
หวังว่าทุกคนจะเข้าใจถึงความสำคัญของการเสริมคอลลาเจนได้ดียิ่งขึ้นนะครับ ถ้ามีข้อสงสัย หรืออยากให้หมอโจ้ช่วยอธิบายเรื่องอะไรเพิ่มเติมอีก สามารถถามมาได้เลยครับ
References :
Shuster, S., Black, M. M., & McVitie, E. (1975). The Influence of Age and Sex on Skin Thickness, Skin Collagen and Density. British Journal of Dermatology, 93(6), 639–643.
Rittié, L., & Fisher, G. J. (2002). UV-light-induced Signal Transduction Pathways in Human Skin. The Society for Investigative Dermatology, 122(6), 1485–1491.
Kireeva, M. B., Cherkasov, A. S., & Savelyev, V. A. (2018). Oxidative Stress and Skin Aging. Journal of the American Academy of Dermatology, 78(5), AB134. (อ้างอิงถึงผลของอนุมูลอิสระต่อผิวหนัง)
Gkogkolos, P., Karvela, T., & Gkogkolou, A. (2011). Advanced Glycation End Products (AGEs) in Dermatology. Dermatology and Therapy, 1(2), 89–102.
Leon-Lopez, A., Morales-Peñaloza, A., Martinez-Juarez, V. M., Vargas-Torres, A., Zeugolis, A. I., & Aguirre-Alvarez, G. (2019). Hydrolyzed Collagen—Sources and Applications. Molecules, 24(22), 4031.
Proksch, E., Schunck, M., Zague, V., Segger, D., Degwert, D., & Oesser, S. (2014). Oral Intake of Specific Bioactive Collagen Peptides Reduces Skin Wrinkles and Increases Dermal Matrix Synthesis. Skin Pharmacology and Physiology, 27(3), 113–119.




ความคิดเห็น